กรุงเทพฯ – บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ “AGE” รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ 4,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากปีก่อน มีกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 จากปีก่อน สะท้อนการเติบโตของผลการดำเนินงาน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ 8,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน และมีกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 237 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 จากปีก่อน พร้อมเดินหน้าขยายรายได้ธุรกิจถ่านหินและรายได้ธุรกิจรถยนต์อีวี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องนางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ “AGE” เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 เติบโตจากไตรมาสก่อน ทั้งรายได้รวม และกำไรในส่วนของบริษัทใหญ่ โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการ และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนี่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางภาวะเศรษกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และผันผวน ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้า ผลักดันการเติบโตของรายได้ในธุรกิจถ่านหิน ควบคู่ไปกับการขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุม 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Smart Logistics, Sustainable Energy และ Low Emission Mobility

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้จาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1. ธุรกิจถ่านหิน (Coal Business) มีรายได้ 3,232 ล้านบาท และมีปริมาณการขายถ่านหินในไตรมาสนี้ที่ 1 ล้านตัน โดยบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนี่อง โดยตั้งเป้าปริมาณขายถ่านหินทั้งปีที่ 4 ล้านตัน
2. ธุรกิจ Smart Logistics มีรายได้ 124 ล้านบาท เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภายนอกกลุ่ม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้า ท่าเรือ และการขนส่ง เพื่อรองรับงานการให้บริการขนส่งสินค้าเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม
3. ธุรกิจ Sustainable Energy มีรายได้ 251 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ทั้งด้านการขาย การขนส่ง และการบริหารต้นทุน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มพลังงานทางเลือก
4. ธุรกิจ Low Emission Mobility มีรายได้ 1,329 ล้านบาท เติบโตจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีวี และ ไฮบริด รวมถึงศูนย์บริการและธุรกิจเช่ารถ EV Taxi โดย บริษัท AGE Auto Gallery (AAG) ซึ่งปัจจุบันเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, CHERY, ZEEKR, GWM และ MITSUBISHI MOTORS พร้อมตั้งเป้ารายได้ของ AAG ในปี 2569 ที่ 4,200 ล้านบาท และ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์ EV และ Hybrid ที่ 4,000 คัน
“ในปี 2569 AGE ยังคงตั้งเป้าหมาย ในการผลักดันการเติบโตของรายได้ในธุรกิจหลัก และการขยายธุรกิจใหม่ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน มองว่าธุรกิจ Low Emission Mobility เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและจะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตของรายได้ ของกลุ่มบริษัทในระยะยาว” นางสาวปณิตา กล่าว
ด้านโครงการ “Jump+” บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามแผนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และลดต้นทุน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีการเช่าเครื่องจักรหนักพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 0.5 ล้านบาท ขณะที่การติดตั้ง Solar Cell บริเวณโกดัง 2 สามารถลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 0.48 ล้านบาท รวมช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 0.98 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการในการลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดย AGE มีเป้าหมายลดค่าเชื้อเพลิงจากเครื่องจักรหนักพลังงานไฟฟ้า และลดค่าไฟฟ้าจาก Solar Cell อย่างต่อเนื่องในปี 2569–2571
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง AGE ยังคงมุ่งขยายธุรกิจทั้งในกลุ่ม Coal และ Low Emission Mobility ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 ที่ 17,500 ล้านบาท และเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Green เพื่อมาเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร และมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้ 50:50 ภายในปี 2573
ติดตามข่าวสารและกิจกรรม
